ทากันแดดอย่างถูกวิธี แบบฉบับคุณหมอ MD

☀️ หลายคนชอบบ่นว่า ทากันแดดก็แล้ว ทำไมฝ้ายังเข้ม ผิวยังแห้งดำ คล้ำเสียอยู่เลย
…นี่เป็นสัญญาณว่า #ทากันแดดไม่เพียงพอ ???
วันนี้ หมอจึงมีเคล็ดลับทากันแดดง่ายๆ 4 ข้อ มาฝากกันค่ะ


1️⃣
 เลือกกันแดด SPF อย่างน้อย 30 และ PA +++
กันแดดมี 2 ค่าที่ต้องรู้ ได้แก่ SPF และ PA
☀️ SPF หรือ  Sun Protecting Factor
บอกถึง ประสิทธิภาพ ของผลิตภัณฑ์กันแดด ที่จะปกป้องผิวจากรังสียูวีบี (UVB)
และริ้วรอยที่เกิดขึ้นจากแสงแดด
ผิวปกติเมื่อโดนแดดประมาณ 10 – 15 นาที จะเกิดอาการไหม้แดด
ค่า SPF 15 เท่ากับปกป้องได้ 15 เท่าของค่าปกติ คือ 15 X 15 = 225 นาที หรือ 3 ชั่วโมง 45 นาที
ค่า SPF 30 คือ 15 x 30 = 450 นาที หรือ 7.5 ชั่วโมง
ซึ่งเพียงพอต่อแดดบ้านเราแล้วนั่นเองค่ะ
นอกจากนี้ เมื่อเทียบ SPF กับ % UVB Protection จะพบว่า
SPF 15 = 93.3%
SPF 30 = 96.7%
SPF 50 = 98%
เรียกได้ว่า SPF 30 – 40 – 50 มี % การกันแดดไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไหร่เลยค่ะ
อย. ในไทยจึงกำหนดให้ค่ากันแดดที่สามารถระบุได้ถึงแค่ SPF 50 เท่านั้น
เพื่อป้องกันความสับสนของผู้บริโภคนั่นเองค่ะ
☀️ อีกค่าหนึ่ง คือ PA (Protection Grade of UVA)
เป็นค่าแสดงระดับการ ป้องกันรังสียูวีเอ 
ซึ่งเป็นรังสีที่ลงลึกเข้าไปใต้ผิวหนังทำลายคอลลาเจนใต้ผิว สร้างอนุมูลอิสระทำร้ายผิวได้มาก 
แบ่งออกเป็น 4 ระดับการปกป้องผิว เมื่อเทียบกับผิวปกติ
+      กันได้ 2 เท่า (ประมาณอยู่ในที่ร่ม)
++    กันได้ 4 เท่า (อยู่กลางแจ้ง)
+++  กันได้ 8 เท่า (อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน)
>> สำหรับแดดอย่างเมืองไทย แนะนำใช้กันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 และ PA อย่างน้อย +++ นะคะ

2️⃣ ทาปริมาณเพียงพอ 


☀️
ค่ากันแดด ได้มาจากการทา 2 มิลลิกรัมต่อพื้นที่ผิวหนังหนึ่งตารางเซนติเมตร
ซึ่งในใบหน้าคนปกติ 
ต้องบีบครีมออกมา ขนาด 0.5 เซนติเมตร ให้ยาวเท่า 2 นิ้วมือ หรือ
บีบออกมาให้ได้ขนาดเท่าเหรียญ 10 บาท ต่อพื้นที่การทาทั่วหน้า 1 รอบ 
ใช่ค่ะ #หน้าใหญ่ก็ต้องทาเยอะ
ส่วนคนที่ผิวไวต่อแดด หรือ มีฝ้ากระ บริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก สันจมูก 
ให้ทาทับอีก 1 รอบบริเวณปัญหา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้วยนะคะ
♦ เหตุผลที่ต้องทาหนา เพราะถ้าทาบางไป ประสิทธิภาพการกันแดดที่อยู่บนหน้า
ก็จะไม่ถึงที่เขียนไว้ข้างหลอดนั่นเอง
ข้างหลอดเขียน SPF 50 ใช้แค่เม็ดถั่วเขียว 2 เม็ด ทาทั่วหน้า SPF 15 น่าจะยังไม่ถึงเลย
√ Tips : อย่าละเลยบริเวณไรผม เปลือกตา หน้าหู ที่หลายๆคนชอบเว้นไว้
หมอเจอเคสที่มีฝ้ากระซ่อนอยู่ในบริเวณนี้เยอะเลยค่ะ

3️⃣
 ทาซ้ำบ่อยๆ 

แม้กันแดดจะมีค่า SPF สูง ปกป้องแดดได้นานก็จริง

แต่ทราบไหมคะ ว่ากันแดดชนิด Chemical ส่วนใหญ่ประสิทธิภาพลดลงเมื่อถูกแดด 
แถมอยู่กลางแจ้ง เหงื่อออก กันแดดก็จะละลาย เสื่อมสลาย หายไปเช่นกัน 
☀️หากต้องโดนแดดระหว่างวัน เช่น ออกไปทานข้าวเที่ยง ไปพบลูกค้าตอนบ่าย ก็ควรทากันแดดซ้ำอีกครั้ง
⛳️ หากต้องโดนแดดทั้งวัน ทำงานกลางแจ้ง ที่ร้อน ควรทากันแดดซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมง
ถ้าแต่งหน้า ไม่สะดวกทา ให้หากันแดดแบบสเปรย์เพื่อฉีดซ้ำ
ถ้าลงน้ำ เล่นน้ำ ต่อให้เป็นกันแดดชนิดกันน้ำ Water resistance แค่ไหน
ยังไงก็ต้องทาซ้ำอย่างน้อยทุก 40 นาที ให้ดีควรทาทุกครั้งที่ขึ้นจากน้ำเลยนะคะ
√ Tips : ครีมกันแดดทั่วไปในท้องตลาด มักเป็นชนิด Physical + Chemical
ต้องทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 20 นาที 
แต่ถ้าเป็นครีมกันแดดแบบ Physical สามารถทาและออกแดดได้ทันทีเลยค่ะ

4️⃣
 หลังการทากันแดดทุกครั้ง ให้ ล้างออกให้สะอาด
♦ กันแดดส่วนใหญ่มีซิลิโคนเป็นส่วนผสม โดยเฉพาะสูตรกันน้ำ
การล้างหน้าด้วยสบู่ทั่วไปจึงไม่เพียงพอ เกิดการตกค้างทำให้เกิดสิว 
แนะนำให้ทำความสะอาดผิวด้วยคลีนเซอร์ (Cleanser) ,เมคอัพรีมูฟเวอร์ (Makeup Remover)
หรือ โฟมล้างหน้าที่มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาด เพื่อป้องกันการอุดตัน เป็นสิว
ในคนเป็นสิว ผิวแพ้ง่าย แนะนำให้เลือกใช้กันแดดชนิด Physical
ซึ่งอ่อนโยนกว่ากันแดดชนิด Chemical 
และควรเลือกสูตรที่ปราศจากซิลิโคน สีสังเคราะห์ แอลกอฮอล์ เพื่อลดโอกาสการแพ้และอุดตันด้วยนะคะ


 MD REVIVE : EXTRA – SENSITIVE SUNSCREEN ✨
⛔️ ปราศจากสารระคายเคืองตาม US FDA List ทั้ง 31 ชนิด
⛔️ ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ สีสังเคราะห์ พาราเบน
กันแดดเนื้อเซรั่ม บางเบา ไม่วอก ไม่มัน
 
100 % Physical Sunscreen ไม่มีกันแดดแบบเคมีปน ให้ระคายเคืองผิว
✅ ป้องกันรังสี UVA / UVB / Blue Light แสงจากหน้าจอโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ได้
✅ ค่า spf 40 PA+++ ผ่านการทดสอบด้วยมาตรฐาน US FDA ประเทศสหรัฐอเมริกา 
✅ พร้อมบำรุงด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ
✅  มาพร้อมหัวปั๊มสุญญากาศ ใช้งานง่าย

Leave a Reply